‘ชูวิทย์’ ขอ กสทช. หนักแน่น ไม่ให้ราคา กรณี ‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง ‘สรยุทธ’

‘ชูวิทย์’ ตอก ‘นักร้อง’ หิวแสง ชี้ศาลให้จำคุก ไม่ได้ห้ามสรยุทธทำงานตลอดชีวิต ขอ กสทช. หนักแน่นไม่ให้ราคา ล่าสุด ‘ศรีสุวรรณ’ สวนกลับ “มาเ-ือกอะไรด้วย” ระบุตนยื่นตรวจสอบเป็นปกติวิสัย


เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 20.55 น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ผ่าน Facebook ส่วนตัว โดยกล่าวว่า “ประเทศไทย จำต้องอยู่แบบเงียบๆ เจียมเนื้อ เจียมตัว นักร้องเมืองไทยมันเยอะ ร้องไปได้ทุกเรื่อง แม้แต่หมากัดกันคงร้อง แสงตัวเองไม่มี ต้องอาศัยแสงคนอื่น สมัยนี้เรียก พวกหิวแสง อยากเรียกกระแส”

นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า “สรยุทธออกข่าว กลับมาเป็นกรรมกรข่าวเหมือนเดิม ไม่ทราบว่าทำให้ใครเดือดร้อน? ในเมื่อศาลพิพากษาว่าผิดให้จำคุก ไม่ได้ตัดสินห้ามเขาประกอบอาชีพตลอดชีวิต อาชีพสื่อไม่ได้กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน ถ้าคนดูเขาเห็นว่าไม่เหมาะสมเขาก็ไม่ดู แค่กดรีโมท เปลี่ยนช่อง”

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังกล่าวว่า “กสทช. องค์กรกลางกำกับสื่อ คงไม่เส้นตื้น สะดุ้งกับนักร้องเรื่อยเปื่อย ต้องหนักแน่นให้สมกับเป็นองค์กรคุมสื่อ ไม่ใช่ไปให้ราคา วิจารณญาณต้องมี”

“การไปทำในสิ่งที่เป็นอาชีพสุจริต ที่เคยทำมาทั้งชีวิต มันไปหนักกระบาลใครไม่ทราบ? ทำให้นึกถึง สุนทรภู่ที่ว่าไว้ ‘จงทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน’ ” นายชูวิทย์ กล่าวปิดท้ายโพสต์

ล่าสุดในวันนี้ (20 เมษายน 2564) เวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำความไปร้องเรียนต่อ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ให้ดำเนินการตรวจสอบและวินิจฉัย ว่า การกลับมาเป็นพิธีกรเล่าข่าวหน้าจอโทรทัศน์ของผู้ที่เคยต้องโทษในคดีอาญา ยังจะสามารถทำได้หรือไม่ อย่างไร และสังคมไทยโดย กสทช.จะสร้างบรรทัดฐานของเรื่องทำนองนี้ไว้อย่างไร

นายศรีสุวรรณ อ้างถึง รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 34 ประกอบมาตรา 35 ระบุในข้อยกเว้นเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนไว้ว่า ต้องไม่ก่อให้เกิดการขัดต่อศีลธรรมอันดีและขัดต่อจริยธรรมวิชาชีพแห่งตนด้วย

อีกทั้งยังอ้าง ข้อบังคับสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ.2553 ซึ่งสิดคล้องกับธรรมนูญสภาการสื่อสารมวลชนแห่งชาติ 2553 ได้กำหนดจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพข่าวไว้ชัดเจนในข้อ 10 ความว่า ต้องไม่ประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพ หรือดำเนินธุรกิจ หรือประพฤติตนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดี หรือเป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของผู้ประกอบวิชาชีพข่าว

“การที่พิธีกรนักเล่าข่าวชื่อดัง ถูกต้องโทษและจำคุกในคดีอาญาอันเกี่ยวกับการสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐกระทำผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยการยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการเป็นเวลา 6 ปี 24 เดือน อันถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมแห่งวิชาชีพ โดยชัดแจ้ง ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่งที่บุคคลดังกล่าว จะกลับมาทำหน้าที่อยู่หน้าจอโทรทัศน์อีกครั้ง เพราะบุคคลที่ทำหน้าที่พิธีกรหรือนักเล่าข่าว ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม โดยมีประวัติที่ไม่ด่างพร้อย” นายศรีสุวรรณ กล่าว

อ่านรายละเอียดเต็มๆ ได้ที่ Facebook ศรีสุวรรณ จรรยา

ต่อมาในเวลา 12.55 น. นายศรีสุวรรณ โพสต์ข้อความตอบกลับนายชูวิทย์ ว่า “ผมยื่นตรวจสอบจริยธรรมนักเล่าข่าวชื่อดังเป็นปกติวิสัย แต่เจ้าพ่ออ่างกลับมาหนักกบาลแทน มาเ-ือกอะไรด้วย หรือว่าผีย่อมเห็นผีด้วยกัน”